10 ที่เที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Amazing I-san ไฮไลต์งานไทยเที่ยวไทย!

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน มีพื้นที่มากกว่าภาคอื่นๆ ในประเทศไทย ทำให้ภาคอีสานมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและแหล่งประวัติศาสตร์มากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลาย เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และหมู่บ้านที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม งานไทยเที่ยวไทยจึงคัดเลือก 10 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ไฮไลต์ในโซน Amazing I-san ที่มาประชาสัมพันธ์ในงาน ครั้งหนึ่งควรหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนและสัมผัสความงดงาม เริ่มกันที่…

1. แก่งอาฮง หรือสะดือแม่น้ำโขง ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 21 กิโลเมตร ว่ากันว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด ซึ่งไม่สามารถวัดระดับความลึกได้ ทั้งยังเป็นบริเวณที่น้ำไหลเชี่ยวกรากมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลาก เหตุที่ไม่สามารถวัดระดับความลึกได้นั้น ก็เนื่องจากบริเวณนี้มีลักษณะเป็นน้ำวน มีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ มองเห็นได้อย่างชัดเจนจากบริเวณวัด ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” ตามตำนานเล่าสืบต่อกันว่าบริเวณสะดือแม่น้ำโขงจะมีถ้ำใต้น้ำและโขดหินใหญ่อยู่บริเวณทางฝั่งประเทศลาวตรงข้ามกับวัดอาฮงศิลาวาส เป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันออกพรรษาเพื่อทำบุญบั้งไฟเป็นพุทธบูชาร่วมกับมนุษย์ จึงเป็นสถานที่ศักสิทธิ์ แต่ละปีบริเวณนี้มีบั้งไฟพญานาคขึ้นเป็นจำนวนมาก

2. น้ำตกตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ เป็นน้ำตกที่สวยงามใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาดโตน มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ มีความสูงประมาณ 6 เมตร และกว้าง 50 เมตร ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินสองฝั่งธารร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ บริเวณน้ำตกมี ศาลเจ้าพ่อตาดโตน (ศาลปู่ด้วง) อีกด้วย

3. น้ำตกแสงจันทร์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและมีลักษณะพิเศษ เกิดจากลำห้วยเล็กๆ บนลานหินไหลลอดผ่านหน้าผาหินที่มีลักษณะเป็นรูลงสู่เพิงผาด้านล่าง หากเดินทางมาชมตอนช่วงเที่ยงวัน ซึ่งแสงอาทิตย์ลอดผ่านรูพอดีจะมองเห็นสายน้ำตกเหมือนแสงจันทร์

4. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่บริเวณบ้านสองคอน เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงซึ่งเกิดจากแรงน้ำที่กัดเซาะใน ช่วงฤดูน้ำหลากกลายเป็นแอ่งจำนวนมาก ลักษณะคล้ายหาดชมดาวที่อำเภอนาตาล คำว่า “โบก” หมายถึง “แอ่ง” หรือ “บ่อน้ำลึก” สามพันโบกจะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูแล้งยามที่แม่น้ำโขงลดระดับลง ตั้งแต่เดือนธันวาคม-พฤษภาคม ชาวบ้านเรียกว่า “แกรนด์แคนยอนน้ำโขง”

5. อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 53 ของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น น้ำตกห้วยหลวง (น้ำตกบักเตว) สวนหินพลาญยาว เป็นกลุ่มหินรูปร่างแปลกตา ตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปเป็นบริเวณกว้าง จุดชมทิวทัศน์ผาผึ้ง เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามตามแนวชายแดนลาวและกัมพูชา นอกจากนี้บริเวณชะง่อนผายังมีถ้ำขนาดเล็ก หินสวยงาม และรังผึ้งขนาดใหญ่ให้ได้ชมกันด้วย แก่งศิลาทิพย์ บริเวณลานหินกลางลำธารจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า คือการที่หินถูกกระแสน้ำวนกัดเซาะจนเกิดเป็นหลุมกลมมากมาย ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ดูสวยงามแปลกตายิ่งนัก พลาญกงเกวียน เป็นลานหินกว้าง โดยบริเวณด้านหน้าจะมีกลุ่มหินลักษณะเป็นเพิงตามธรรมชาติ มีดอกไม้ป่าและพันธุ์ไม้ชื้นขึ้นสลับกันเป็นหย่อม ๆ เหมาะสำหรับศึกษาธรรมชาติและชมพันธุ์ไม้ ภูหินด่าง เป็นที่ตั้งของป่าลานหินที่มีความสวยงามแปลกตา เช่น ลานหินงอก ลานหินเป็นระแหง ฯลฯ และที่บริเวณหน้าผายังสามารถใช้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ยามเช้า รวมทั้งทะเลหมอกในฤดูหนาวได้ด้วย

6. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอุทยานที่มีมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในภาคอีสาน พื้นที่ติดกับประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน เพราะที่นี่ภาพเขียนก่อนประวัติศาตร์ริมหน้าผมที่ยาวที่สุดในประเทศรวมกว่า 300 ภาพ มีเสาหินรูปร่างแปลกตา และทุ่งดอกไม้เล็ก ๆ หลากสียามปลายฝนต้นหนาว นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น น้ำตกห้วยพอก ผาชะนะได ผากำปั่น ผาหินแตก น้ำตกกวางโตน หินโยก ภูจ้อมก้อม ฯลฯ

7. อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย ที่นี่ได้ขนานนามว่า ดินแดนหนาวสุดในแดนสยาม พื้นที่ป่าในอุทยานฯ ภูเรือ ประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่าง ๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขา มีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม บนยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเกียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ฯลฯ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าชอบผจญภัย ใช่เลยที่นี่

8. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าชมทิวทัศน์ ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิยอดภูกระดึงอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวผู้ปรารถนามาที่นี่ที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

9. ทะเลหมอกภูทอก จังหวัดเลย ใครมาเชียงคานเเล้วไม่ควรพลาด ตื่นเช้ามาต้องรีบมาที่ภูทอก เป็นจุดชมทะลหมอกที่ใครๆ ก็ต้องมาสัมผัสสักครั้งหนึ่ง ลักษณะเป็นภูเขาสูง ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของจุดกระจายสัญญาณ ไฮไลท์ของภูทอกคือ การขึ้นมานั่งรอเบิ่งตะวันขึ้น ไหว้ะพระ เเละชมทะเลหมอกสายๆ ลงกลับมาถึงด้านล่างของภูทอกจะมีตลาดเช้าขายของฝากเเละอาหาร ภูทอกห่างจากถนนคนเดินเชียงคานเเค่ 8 กิโลเมตร และเปิดให้ชื้อตั๋วขึ้นรถมาเที่ยวภูทอกเวลา 05:30 ของทุกวัน ในราคาเพียง 25 บาท

10. อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ได้รับฉายาว่า “บ้านแห่งไดโนเสาร์” เพราะเป็นพื้นที่แรกในประเทศไทยซึ่งมีการค้นพบฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ และเป็นพื้นที่แห่งแรกที่มีการสำรวจขุดค้นซากดึกดำบรรพ์อย่างจริงจัง นั่นทำให้อุทยานแห่งชาติภูเวียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติน่าสนใจสำหรับผู้มาเที่ยวจังหวัดขอนแก่น อุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ เพื่อชมหลุมขุดค้น โครงกระดูกไดโนเสาร์ ฟอสซิลโบราณต่างๆ นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเดินชมได้ด้วยตัวเอง เส้นทางชัดเจนและไม่ยากจนเกินไป นอกจากนี้จะได้ชมทิวทัศน์ผืนป่าภูเวียงอีกด้วย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน มีด้วยกันถึง 20 จังหวัด นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกระจายไปทั่วทุกจังหวัด ผู้คนจะพูดภาษาอีสาน รวมถึงมีวัฒนธรรมอย่างอื่นที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ อาหาร ดนตรี ศิลปะการแสดง ฟ้อนรำ หมอลำ และอื่นๆ อีกมากมาย งานไทยเที่ยวไทยจึงอยากแนะนำให้คนไทยทั่วทุกภาคมาเที่ยวภาคอีสานกันเยอะๆ เพราะทุกครั้งที่จัดงานจะมีบูธการท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสานมาร่วมงาน น่าสนใจมากๆ ค่ะ

เตรียมพบกับงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 61

3 – 6 มี.ค. 65 ไบเทค บางนา | 10:00 – 21:00 น.

มหาอะเมสซิ่ง ไทยแลนด์

มหกรรมลดราคาสินค้าการท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี โปรจัดเต็มกว่า 1,000 บูธ